รายการแสงธรรมส่องทาง
ทิศเบื้องหน้า (ปุรัตถิมทิศกถา)
ข้อความแปลงอัตโนมัติจาก PDF ต้นฉบับ (๕ หน้า) — อยู่ระหว่างตรวจทาน หากพบคำผิดโปรดเทียบกับ PDF ต้นฉบับ
เรื่อง ปุรัตถิมทิศกถา (ทิศเบื้องหน้า)
รายการแสงธรรมส่องทาง
โดย หลวงพ่อพระมงคลกิตติธาดา
เมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๘
ท่านสาธุชนทั้งหลาย รายการแสงธรรมส่องทางในวันนี้ อาตมาจะได้บรรยายถึงเรื่องปุรัตถิมทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า แต่ก่อนที่จะบรรยายถึงทิศนี้จะเท้าความเสียก่อน เมื่อพุทธองค์ประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน อันเป็นวัดแรกของพระพุทธศาสนา มีชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่าสิงคาลกะ เป็นชาวเมืองราชคฤห์ มีความเคารพ ความสักการบูชาคุณของผู้บังเกิดเกล้า คือ บิดามารดาเป็นประจำ เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็เคารพโดยได้ช่วยเหลือการงาน มีความรัก มีความนับถือ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดาเป็นอย่างดีเสมอมา ครั้นเมื่อบิดาจวนจะมรณะ คือใกล้ตายด้วยความเป็นห่วงบุตร อันเป็นน้ำใจของผู้บังเกิดเกล้า กลัวลูกจะลำบาก กลัวลูกจะไม่มีความเจริญ จึงได้สั่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ลูกเอ๋ย เมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าจงนอบน้อมไหว้ทิศทั้งหกเถิดบุคคลผู้ไหว้ทิศทั้งหลาย ย่อมมีความสุข ความเจริญ ความร่มเย็น”
แล้วพ่อก็จากไป เมื่อพ่อจากไปแล้ว ด้วยความสำนึกระลึกถึงบุญคุณของพ่อผู้บังเกิดเกล้า อันลูกที่ดีจะพึงทำหน้าที่ช่วยเหลือ สงเคราะห์ ตอบแทนบุญคุณรับใช้ท่าน ใช้หนี้ท่าน เชื่อฟังคำสั่งสอนของท่านอยู่เป็นประจำ ในการอุปถัมภ์อุปฐาก คือ รับใช้ ท่านจึงเป็นลูกที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ดีใจ ว่าได้ลูกที่ดีประจำตระกูล ถึงแม้ท่านป่วยไข้ก็พยายามรักษาเป็นหน้าที่ที่ลูกจะพึงสนใจ ครั้นเมื่อท่านจากไป ความรัก ความเคารพ ความอาลัยในความดี พระคุณ ของพ่อแม่นั้นยังประทับในใจของลูกของหลาน จึงมาคิดเสียว่า ก่อนพ่อจะจากไป พ่อได้เตือนไว้ให้ไหว้ทิศทั้งหก หมายความว่า นอบน้อมทิศทั้งหก ตั้งแต่วันนั้นมา พอเช้าตรู่ เจ้าหนุ่มคนนั้นก็ออกจากบ้านไปสู่สถานที่ว่างเปล่าอันเหมาะสม ได้ทำการไหว้ทิศทั้งหก เบื้องหน้าก็ยืนตรงประณมมือไหว้ไปทางทิศตะวันออก เรียกว่า ทิศเบื้องหน้า หมุนตัวไหว้ไปทางทิศใต้ เรียกว่า ทิศเบื้องขวา หมุนตัวไปไหว้ทางทิศตะวันตก เรียกว่า ทิศเบื้องหลัง หมุนตัวไปไหว้ทางทิศเหนือ เรียกว่าทิศเบื้องซ้าย แหงนหน้าสู่อากาศ เรียกว่า ทิศเบื้องบน ก้มหน้าและไหว้ทิศเบื้ องต่ำ เรียกว่า ทิศเบื้องล่าง เขาพอใจในสิ่งที่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของพ่อแม่ เมื่อคุณพ่อยังอยู่ เขาเคารพกตัญญูเมื่ อ ตายไปความดีของท่านยั ง ประทับอยู่ อั นเป็ นเป้าหมายที่ ได้ ทำตามคําแนะนำ คำสั่ งครั้ งสุดท้ายของพ่อก็ภูมิใจทำเรื่อยมาเป็นประจำทุกวันๆ
จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน ได้เสด็จบิณฑบาตตอนเช้ามาพบเจ้าหนุ่มคนนี้ซึ่งทำอยู่อย่างนั้นเป็นประจำ พระองค์ทรงมีพระเมตตาให้คติข้อคิดเขาในเรื่องนี้จึงตรัสถามว่า “เจ้าหนุ่มเอ๋ย บัดนี้เธอไหว้ทิศทั้งหกเพื่ออะไร ทำไมจะต้องทำอย่างนั้น มีเหตุผลอะไร”
เจ้าหนุ่มตั้งตัวตรงประณมมือตอบด้วยความภูมิใจว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญหม่อมฉันเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็มีความรัก ความเคารพ ช่วยเหลือการงานของท่านเป็นประจำ เมื่อท่านจากไปแล้วก็เหลือเพียงวัตถุที่เป็นสมบัติที่พ่อให้ โดยเฉพาะคำสั่งสอนของท่านเป็น สิ่งที่ข้าพระองค์พึงเคารพและกระทำตามเรื่อยมา คำสั่งสุดท้ายคุณพ่อบอกว่า ให้ไหว้ทิศทั้งหกคือทิศทั้งหก ข้าพระองค์จึงไหว้ทิศทั้งหกเรื่อยมาเป็นประจำมิได้ขาด”
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “เจ้าหนุ่มเอ๋ย การไหว้ทิศทั้งหกนั้นเธอทำก็ควรอยู่ แต่อริยวินัย คือวินัยของพระอริยะนั้น ท่านไม่ได้ไหว้ทิศทั้งหกอย่างนี้”
เจ้าหนุ่มเกิดความสงสั ยจึงทูล ถามว่า “ข้าแต่พ ระองค์ ผู้เจริญ ขอพระองค์จงประทานอธิบายขยายให้ข้าพเจ้าให้เข้าใจด้วยเถิด”
พระพุทธองค์ตรัสว่า “อริยสาวกทั้งหลายที่เป็นลูกศิษย์ของท่านผู้ฉลาด เป็นผู้ประพฤติดีประพฤติชอบ โดยละการกระทำที่ไม่ถูกต้องมุ่งสู่การกระทำที่ถูกต้อง เรียกว่า เป็นผู้ละกรรมกิเลส ๔ ประเภท ได้แก่ การยกเว้นจากการเบียดเบียนหรือทำร้ายผู้อื่น สิ่งที่มีชีวิต การเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ การเว้นจากการประพฤติผิดในกามอันเป็นภรรยาของผู้อื่น การเว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ซึ่งถือว่าเป็นกรรมกิเลส ทำให้ เ กิ ด ความเศร้า หมอง ลู ก ศิ ษ ย์ ข องพระอริ ยะ จะต้ อ งเป็ น ผู้ ป ระพฤติ เ ว้ น จากสิ่ ง เหล่า นี้นอกจากนั้นก็เว้นจากการเป็นผู้กระทำอันลามกต่างๆ ๔ ประการ ได้แก่ ความเป็นผู้ลำเอียง จะเป็นลำเอียงเพราะความรัก ลำเอียงเพราะความชัง เพราะทำอะไรด้วยความเกลียดชัง ไม่พอใจก็ทำอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นกลาง ลำเอียงเพราะความหลง หลงว่าเขาเป็นคนดี หลงว่าเขาเป็นคนน่ารัก หลงว่าเขาเป็นคนที่เราต้องทะนุถนอม หรือทำอะไรเพราะความหลงไม่ถูกต้องตามความเป็ นจริ ง ไม่ ส มกั บหน้าที่ อั นสุ ด ท้ายลําเอี ยงเพราะกิ เ ลส หวั ง ว่าจะเป็ นอย่างนั้ น ลําเอี ยง ๔ประการนี้ตถาคต เรียกว่า บาปธรรม คือ ธรรมที่เป็นทางเสื่อมเสีย ลูกศิษย์ตถาคตต้องเว้นจากสิ่งเหล่านี้ อีกอย่างหนึ่งนั้น ทางที่ลูกศิษย์อริยะจะต้องเว้นจากทางไปสู่ความเสื่อมเสียก็คือ เว้นจากอบายมุ ข ๖ นั่ น เอง คื อ การดื่ ม สุ รา เมรั ย ของมึ น เมา การเที่ ย วกลางคื น การเที่ ย วดูการละเล่นจนเกินขอบเขต เป็นความมัวเมาในสิ่งเหล่านี้ มีการเล่น การเที่ยว การพนัน เป็นทางเสื่อมเสีย การคบคนไม่ดีทำให้เสีย นำไปในทางที่ไม่ดีไม่งาม ไม่เหมาะไม่ควร เรียกว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล ก็จะนำความสุขความเจริญมาให้ ความเป็นผู้ขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านในการทำงาน มุ่งมั่นที่จะทำ สิ่งเหล่านี้แหละอริยสาวกดำเนินเป็นผู้ละกรรมกิเลส ๔ อย่าง เป็นผู้เว้นจากอธรรา ๔ อย่าง เป็นผู้เว้นจากทางอันจะนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ๖ ประการ ดังกล่าวมา
ทีนี้เมื่อเธอมีโอกาสได้เคารพพ่อแม่ เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ รับใช้พ่อแม่อยู่แล้วเมื่อท่านจากไป คำสั่งสอนของท่านมีความหมายที่เป็นตัวแทนของท่าน เธอก็ได้ทำหน้าที่นี้ แต่มันไม่ถูกต้องสมบูรณ์ การที่ทำหน้าที่ที่ถูกต้องสมบูรณ์ได้นั้น ตถาคตไม่ได้สอนอย่างนี้ หรือลูกศิษย์ตถาคตไม่ได้ทำอย่างนี้ เมื่อเราจะไหว้ทิศทั้ง ๖ ก็ให้รู้ว่าทิศทั้งหกนั้นคืออะไรบ้าง ทิ ศเบื้องหน้านั้น หมายถึง บิดามารดา ทิศเบื้องขวา หมายถึง ครูอาจารย์ ทิศเบื้องหลัง หมายถึง บุตรธิดา หรือคู่ครอง ทิศเบื้องซ้าย หมายถึง มิตรสหาย ทิศเบื้องต่ำ หมายถึง คนรับใช้ ทาสกรรมกรทิศเบื้องบนนั้น หมายถึง สมณชีพราหมณ์”
พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า มารดาบิดาเป็น พระองค์แรกของลูก เป็น ครูคนแรกของลูก เป็นพรหมคนแรกของลูก เป็นเทวดาองค์แรกของลูก ที่ลูกจะต้องเคารพนับถือ เชื่อฟังทำตามชั่วกาล เพราะท่านนั้นเป็นผู้มีน้ำใจสะอาด บริสุทธิ์ มีความรักที่ไม่เคยลดลง มีความห่วงใยที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น มีความอาลัยความคิดถึงและความหวังดีต่อลูกเสมอมา พ่อแม่ท่านได้แนะนำลูก เลี้ยงดูลูก สั่งสอนลูกให้งดเว้นจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จากคำพูดที่ไม่เหมาะสมดีงาม จากความคิดที่เป็นการเอาเปรียบสังคม จากการกระทำที่ไม่ดีไม่งามเหล่านี้ แนะนำให้ตั้งอยู่ในคุณงามความดี อันใดจะเป็นประโยชน์ต่อ ตน ประโยชน์ต่อครอบครัว ประโยชน์ต่อญาติ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้ว ก็จะแนะนำคือ แนะให้ทำ นำให้ดูเป็นประจำอยู่แล้ว ลักษณะของพ่อแม่ที่ดีจะต้องเป็นอย่างนั้น ทำอะไรเป็นตัวอย่างของลูก ลูก จะได้เดินตาม นี้เป็นสิ่งที่เชื่อว่าพ่อแม่ทำกันอยู่ พ่อแม่ที่ดีก็ควรทำอย่างนั้น นอกจากนั้นพ่อแม่ย่อมมีความห่วงใยอาลัยในชีวิตของลูก ต้องให้ศึกษาศิลปวิทยาอันจะเป็นความรู้ความฉลาดที่สามารถจะอยู่ในโลกนี้อย่างมีความเจริญ ความสุขได้ เพราะคนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด คนฉลาดนั้นมีประโยชน์มากฉลาดในการทำก็ทำถูกต้องดีงาม ฉลาดในการพูดจาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ถูกต้องดีงาม ฉลาดในการค้นคิด แสวงหาประโยชน์ก็ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์
พระพุ ท ธองค์ ต รั ส สอนไว้ ให้ ม นุ ษ ย์ ทั้ ง หลายได้ ทํา ประโยชน์ สามชั้ น คื อประโยชน์ต่อตนเองก็ทำให้สมบูรณ์เต็ มที่ มุ่งศึกษาเล่าเรียน ทำการงานตามความสามารถของตน การเคารพการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก็ทำให้เต็มที่ ศึกษาหาความรู้ในวัยเรียนก็ เรียนให้เต็มที่อยู่ในวัยทำงานก็ทำงานให้ถูกต้องตามเวลา ใช้จ่ายก็ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักประหยัดสิ่งที่ควรใช้ไม่ควรใช้ อันนี้จำเป็นต่อชีวิต ต่อครอบครัวไหม สนใจทำสิ่งที่จำเป็น ไม่เป็นคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ใช้อย่างไม่คิด ไม่ทำอย่างนั้น เมื่อพ่อแม่แนะนำให้ลูกได้ศึก ษาเล่าเรียน มีวิชาความรู้ที่จะเชิดชูตนอย่างนั้น ให้รู้คิดทันคน มีความรู้ที่จะประกอบอาชีพได้อย่างมีความสุขความเจริญ นี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ ภูมิใจ อั นสุด ท้าย พ่ อ แม่ นั้นมี ค วามห่ ว งใยเมื่ อเราทั้ งหลายโตขึ้ นมาแล้ ว เป็ นฝั่ ง เป็ นฝามีครอบครัว ท่านก็รับทราบในการจัดหาคู่ค รอบให้ตามหน้าที่ของท่าน เมื่อถึงคราวที่จะรับ มรดกตกทอด ถ้าครอบครองไว้ได้ก็จะมอบให้ตามกาลเวลา นี้เป็นสิ่งที่มารดาบิดาทั้งหลายได้กระทำอยู่แล้วเป็นประจำ เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี
การไหว้ ทิศ เบื้ อ งหน้าคื อ พ่อ แม่ นั้น นอกจากการกราบไหว้ อ ย่างเดี ยวไม่ พ อจะต้องมีความเคารพ ความรัก มีความกตัญญู มีความสำนึกระลึกในบุญคุณ ลูกที่ดีพึงทำตอบแทบ เมื่อท่านเลี้ยงมาแล้วก็เลี้ยงท่านตอบ รับใช้ท่านกิจการอันใดซึ่งท่านเคยทำมาแล้ว ท่านอยู่ในวัยสูงอายุเราที่เป็นลูกเป็นหลานก็รับทำหน้านี่อันนั้นแทน เป็นผู้ทำงานแทนท่าน ให้ท่านได้พักผ่อน อีกส่วนหนึ่งให้รักษาวงศ์ตระกูลไว้ให้สมเกียรติศักดิ์ศรีท่านเป็นอย่างดีไม่เสียหาย สร้างฐานะ สร้างชีวิต สมกับเป็นลูกแก้วหัวแหวนของท่าน นอกจากนั้นเป็นคนไม่เกียจคร้าน สนใจฝึกหัดจัดทำไม่อ้างโน่นอ้างนี่ สร้างสรรค์ชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ตามที่พระพุ ท ธองค์ ต รั ส สอนไว้ ว่า ประโยชน์ ต นก็ ทํา ให้ ส มบู ร ณ์ ประโยชน์ ต่ อ ญาติ มิ ต รก็ ทํา ให้ เ ต็ ม ที่ประโยชน์ต่อสังคมก็ทำให้สมกับฐานะความรู้ ความฉลาดของเรา ไม่ว่าฉลาดในการทำคุณงามความดี ฉลาดพูดดีมีเหตุผล ฉลาดที่จะมีแนวความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่จะเป็นความสุขความเจริญสืบไป เป็นหน้าที่ของลูกที่จะพึงปฏิบัติ เป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาจะต้องไหว้คือนอบน้อมทิศทั้งหก แล้วแต่ฐานะภาระของตนที่ต้องไหว้ทิศอะไร ความหมายจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เพียงแต่จะกราบๆ ไหว้ๆ เอาแต่ดอกไม้ธูปเทียนบูชา ไม่คำนึงถึงคำสั่งสอน ไม่คำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรี ไม่คำนึงถึงคุณงามความดี ไม่คำนึงถึงความอาลัยห่วงใยของทิศเบื้องหน้าคือบิดามารดา ซึ่งท่านได้อุตส่าห์สร้างเรามา เลี้ยงเรามา อุปถัมภ์บำรุงส่งเสริมเรามา ให้ได้เป็นคนมีอายุยืนยง ให้ได้เป็นคนมีความรู้ความฉลาด สมกับที่ท่านปรารถนา หัวใจของพ่อแม่อยู่ที่ลูก ถ้าลูกทำดีก็เป็นลูกแก้วหัวแหวน เหมือนกับหัวแหวนวงหนึ่ง ถ้าทำด้วยเพชรก็เรียกว่าแหวนเพชร ทั้งที่วงแหวนทำด้ว ยทอง แต่เ ราก็ เรียกว่าแหวนเพชร เพราะหัว แหวนเป็นเครื่อ งประดั บ ถ้าใช้พลอยทำก็เรียกว่าแหวนพลอย ถ้าดูราคาแล้วทั้งเพชรและพลอยมีราคาไม่น้อย ลูกสืบดำรงวงศ์ตระกู ลรับใช้พ่ อแม่ ทำหน้าที่ของลูก ที่ดีก็ ชื่อว่าเป็นหัวแหวนประดับวงแหวน เป็นสิ่งที่ ลูกจะกระทำให้ถูกต้องตามหน้าที่นั้น ไม่เป็นคนหลงระเริง ไม่เป็นคนมัวเมา ไม่เป็นคนชอบเล่นการพนัน ไม่เป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน ไม่ชอบคบคนที่ไม่ดี ไม่ชอบดูการละเล่นต่างๆ นั้น อันเป็นเหตุเป็นผีเป็นอบายมุข ทางนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย เสื่อมทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจ ทั้งทรัพย์ ทั้งศักดิ์ศรี
การกราบไหว้เ ป็นการแสดงออกทางกาย ซึ่ง การกราบไหว้ ทิศ ทั้ง หก ซึ่ง พ่ อมานพคนนี้มีความปรารถนาที่ให้ลูกทำประโยชน์เหล่านี้ ทำหน้าที่อย่างนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม ลูกๆทั้งหลายจะพึงสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ ส่วนศิษย์นั้นควรสำนึกในคุณของครูบาอาจารย์ หลานก็พึงสำนึกในคุณของปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา ศาสนิกชนก็พึงสำนึกในพระคุณของพระศาสนาประชาชนก็พึงสำนึกในพระคุณของพระเจ้าแผ่นดิน เพราะการสำนึกในพระคุณของท่านเหล่านั้นถือว่าเป็นการไหว้ที่ถูกต้อง เป็นการไหว้ที่มีความหมาย อาตมาให้ข้อคิดดังนี้ เพื่อชี้แนะให้ท่านทั้ ง หลายที่ ไ ด้ ยิ น ได้ ฟั ง เข้า ใจความหมายของพราหมณ์ ที่ เ ป็ นพ่ อ ของมานพหนุ่ ม คนนั้ น มีจุดประสงค์ มีความห่วงใยแล้วแนะนำลูกๆ ของตนให้รู้จักไหว้ทิศทั้งหก เคารพกตัญญู สำนึกและปฏิบัติให้ถูกต้องตามหน้าที่นั้นๆ ส่วนทิศอื่นๆนั้น เป็นหน้าที่ของท่านรูปอื่นจะบรรยายต่อไปอาตมาจึงให้ข้อคิดท่านทั้งหลายพึงสำนึกว่า เรามีทิศเบื้องหน้า คือ พ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิด เป็นผู้เลี้ยงดู เป็นผู้อุ้มชู เป็นผู้ให้การสนับสนุน เป็นพระองค์แรกของเรา เป็นเทวดาองค์แรกของเราเป็นพรหมองค์แรกของเรา เป็นครูคนแรกของเราที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ ทิศเบื้องหน้าคือบิดามารดา พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ว่า ให้เราเคารพรักต่อท่านผู้มีพระคุณที่เป็นทิศเบื้องหน้าคือบิดามารดา ดังที่อาตมาบรรยายมา
สรุปแล้วก็เป็นแนวความคิดที่พระพุทธองค์ทรงประยุกต์จากที่ชาวอิ นเดียสมัยนั้น ที่ จะต้อ งเคารพไหว้ทิศเบื้อ งหน้า หมายถึง การไหว้ การเคารพ การนับถือ การระลึก ถึ งบุญคุณ การรับใช้ท่าน การช่วยเหลือการงานท่าน เลี้ยงดูอุปัฏฐากท่านอยู่เป็นประจำ บุคคลใดกระทำให้ถูกต้องตามหน้าที่ของตน ถือเป็นลูกที่ดีปฏิบัติต่อพ่อแม่ ดังที่พระพุทธองค์ ทรงสั่งสอนไว้หลายๆอย่าง นอกจากทำคุณงามความดี เอื้อเฟื้อ เคารพกตัญญูต่อท่านแล้ว รักษาเกียรติและศั ก ดิ์ ศ รี ข องตนเองและพ่ อ แม่ ดํา รงวงศ์ ต ระกู ล ไว้ ใ ห้ ไ ด้ เป็ น คนว่า นอนสอนง่า ย เป็ น คนมีจิตสำนึก คิดสร้างสรรค์ เมื่อท่านอยู่สบายดีก็ตอบแทนท่านด้วยปัจจัย ๓ เมื่อท่านเจ็บป่วยไข้ก็พยาบาลรักษา ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ทอดทิ้ง พึงสำนึกว่าชีวิตสังขารร่างกายของพ่อแม่เป็นเหมือนพระ เป็นเหมือนพาหนะ เหมือนสิ่งปรุงแต่ทั้งหลาย จะต้องมีความเสื่อมทรุดเป็นธรรมดาเมื่อผู้ที่เสื่อมทรุดไปนั้นเป็นพระในชีวิตของเรา เป็นพระองค์แรก เป็นเทวดา เป็นพรหมองค์แรกที่พระพุทธองค์ทรงเน้นหนักให้ลูกๆ ทั้งหลายอย่างมองข้าม บุคคลใดที่ทำบกพร่องผิดพลาดต่อพ่อแม่ กรรมนั้นจะตามทัน คือกรรมมันจะออกดอกออกผลเหมือนผลไม้ ต้นไม้ทั้งหลายที่มันออกดอกออกผล ถ้าทำดีมันก็ออกผลในทางดี มีประโยชน์ เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ ถ้าทำไม่ดีไม่ถูกต้องกับผู้บังเกิดเกล้าหรือผู้มีพระคุณมันก็ออกผลในทางชั่วเสียหาย ดังที่อาตมาได้ให้ข้อคิดญาติโยมว่า ทำดี พูดดี คิดดีมันเหมือนปลูกถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลืองถั่วเขียว มันก็มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถ้าทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่วเหมือนปลูกตำแย หมามุ่ย มันไม่มีประโยชน์อะไร ทั้งใบ ทั้งเถาว์ ทั้งฝัก ไม่มีประโยชน์อะไร ยังกลายเป็นอันตราย มันเป็นสิ่งซึ่งเป็นผลของการกระทำที่มันบ่งชัด ดังพระพุทธองค์ตรัสว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อเราทั้งหลายรู้จักคิดว่า เราจะต้องเคารพนับถือ บูชาท่าน ทำงานต่างหน้าต่างตาท่านแล้ว จะเจ็บไข้ก็พ ยายามรักษาจนสุดความสามารถตามหน้าที่ของเรา ในเมื่อท่านจากไปเราก็ควรทำบุญอุทิศให้ท่าน อันนี้สำคัญมาก บางคนเมื่อพ่อแม่จากไปแล้วก็เฉยอยู่ แต่ประเพณีคนไทยเรานั้นมีความหมาย เมื่อถึงวันเข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ขึ้นปีใหม่ หรือสงกรานต์ ก็ระลึกคุณของผู้บังเกิดเกล้า จะทำบุญให้ท่านบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลไปให้ เรียกว่า ทำถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ควรตอบแทนอย่างหนึ่ง เมื่อท่านเจ็บป่วยไข้ก็ตอบแทนอีกอย่างหนึ่ง ไม่เพิกเฉย เมื่อท่านจากไปเราก็ตอบแทนโดยการทำบุญอุทิศกุศลไปให้ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ญาติโยมทั้งหลายอย่ามักง่าย อย่าคิดว่าไม่สำคัญ อาตมาได้สรุปมาให้ญาติโยมทั้งหลายได้รู้จักคำว่าไหว้ทิศเบื้องหน้า คือ บิดามารดานั้น จะต้องไหว้ จะต้องเคารพ ด้วยการให้ ด้วยการเสียสละด้วยการรับใช้ ด้วยการสนองตอบแทนบุญคุณ ทั้งเวลาที่ท่านปกติ ทั้งเวลาที่ท่านแก่ เฒ่า เวลาที่ท่านเจ็บไข้ และเวลาที่ท่านจากไป
ฉะนั้ น ในที่ สุ ด นี้ อาตมาจึ ง ขออนุ โมทนาในส่ ว นกุ ศ ลที่ ญาติ โยทั้ ง หลาย ที่ ทํามาแล้ว ขอให้กำลังใจว่า จงทำไปเถอะความดี ทำความดีเหมือนปลูกถั่ว เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อญาติมิตร ต่อสังคม แต่ทำชั่วเหมือนปลูกตำแย หมามุ่ย ไม่เป็ นประโยชน์ เป็นโทษต่อ ตนเอง ต่ อญาติ มิตร ต่ อสั งคม ขอให้ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ เจริญ ในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งๆ ขึ้นไปตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ.